วันพุธที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ข้อควรและข้อห้าม การให้ของขวัญแก่ชาวต่างชาติ

ข้อควรและข้อห้าม การให้ของขวัญแก่ชาวต่างชาติ



เมื่อพูดถึงเทศกาล สิ่งหนึ่งที่ขาดไปไม่ได้นั่นก็คือของขวัญ ไม่ว่าจะเป็นของขวัญจับสลากที่สร้างทั้งความสุขและความร้าวฉานในเวลาเดียวกัน หรือจะเป็นของขวัญขอบคุณผู้ร่วมงานและผู้หลักผู้ใหญ่ที่คอยอุปการะเกื้อกูลกันมาตลอดทั้งปี ซึ่งภาพของขวัญที่เราคนไทยเห็นกันเป็นประจำก็คงหนีไม่พ้นกระเช้าของขวัญจากห้างร้านต่างๆ
แล้วถ้าเป็นประเทศอื่นๆ ล่ะ?
ในหนังสือ โลกหมุนรอบตัวงู น้าเน็กได้เคยเล่าถึงประเพณีการให้ของขวัญของประเทศต่างๆ จากทั่วโลกเอาไว้ และเนื่องในเทศกาลแห่งของขวัญ เราจึงนำบทความนี้มาให้ทุกคนได้อ่านกัน เผื่อมีโอกาสให้ของขวัญกับชาวต่างชาติจะได้สามารถสร้างความประทับใจให้มากยิ่งขึ้น หรือจะจำเอาไว้เป็นกิมมิกเวลาซื้อของให้กับคนที่คุณรักก็ไม่เลวนะ

คนอียิปต์ให้ความสำคัญกับไข่

ชนไอยคุปต์เชื่อว่าไข่เป็นสัญลักษณ์แทนการเริ่มต้น การถือกำเนิด อุปมาตามลูกเจี๊ยบที่กะเทาะเปลือกไข่ออกดูโลก ดังนั้นพอถึงช่วงปีใหม่จึงนิยมให้ไข่ที่แต่ละครอบครัวบรรจงเขียนลายวิจิตร มอบแก่คนสนิทเพื่ออวยพรให้โชคดีตลอดปี
อืม...นึกถึงสมัยเด็กที่เคยเห็นแม่ทำช่วงปีใหม่ คุณนายจะนั่งอยู่หน้าบ้าน จัดไข่เบอร์หนึ่งใส่กระเช้าของขวัญ รองข้างใต้ด้วยเศษกระดาษแล้วเอาฟิล์มถนอมอาหารมาห่อข้างบน เก๋ดีกินได้ ใครจะว่าเล่นง่ายก็ช่าง แม่บอกว่าให้ไข่น่ะมีประโยชน์สุดแล้ว รับรองถูกใจไม่เสียของ ก็บ้านไหนไม่กินไข่บ้างล่ะ!

อินเดีย ศรีลังกา ไม่ส่งของขวัญด้วยมือซ้าย

เขาว่าโสโครก ปกติคนส่วนใหญ่ถนัดขวา และโดยปริยาย ก็มักใช้ข้างซ้ายล้างก้นตอนเข้าส้วม คือไม่สำคัญหรอกว่าโลกปัจจุบันจะมีสายยางติดข้างคอห่านแล้ว ยังไงกูก็ยังรู้สึกแย่อยู่ดี ใครส่งของขวัญผ่านมือซ้ายให้ ระวังถูกพิจารณาเลิกคบ
จริงๆ นอกจากเหตุผลเรื่องความสกปรก อีกหลายชาติก็รังเกียจมือซ้ายเช่นกัน อย่างโซนแอฟริกาหรือตะวันออกกลาง ที่เชื่อว่าคนถนัดซ้ายเป็นพวกซาตาน ถนัดขวาเท่านั้นถึงเป็นมนุษย์ (ดีที่พี่ชายคนโตผมไม่เกิดละแวกนั้น ไม่งั้นคงโดนเหมาเป็นอภิมหาซาตาน)

คนออสเตรเลียนิยมให้ของชิ้นเล็กๆ

โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว เพื่อนสนิท หากจู่ๆ ซื้อเตาบาร์บีคิวสนาม ไมโครเวฟ ทีวีเป็นของขวัญ ชาวออสซี่จะงงว่าซื้อให้ทำไมใหญ่ขนาดนี้ หวังอะไรรึเปล่า อีกทั้งพอได้รับมาก็ต้องเปิดให้เห็นทันทีด้วยเพื่อตอบรับน้ำใจ

อย่าเซอร์ไพรส์คนจีนด้วยวิธีแอบซุกไว้ใต้โต๊ะ

แบบเอ็มวีวัยรุ่นบ้านเราชอบทำ ประเภทอุบไว้ในล็อกเกอร์ เขียนโน้ตแปะเป็นลายแทงสมบัติสี่ห้าทอด แล้วให้เดินหาเอา อะไรเทือกนี้คนจีนไม่นิยมทำกัน สาเหตุคือมันเสี่ยงจะไม่ได้ผล เกิดคนที่ตั้งใจให้กับไอ้ที่ได้ไปจริง ดันเป็นคนละคนกัน จะเสียดาย เสียเวลา เสียอารมณ์มิใช่น้อย ออกแนวช้ำใจจดหมายผิดซองกันไป เผลอๆ ผลตอบรับกลับเป็นทางตรงข้าม ต้องเดือดร้อนสางปัญหาอีก อย่าเล่นมุขนี้กับคนจีนนะครับ เขาไม่มองว่าโรแมนติก
เรื่องกาลเทศะ เวลา วาระ สถานที่ในการมอบของขวัญสำหรับชาวจีนเองก็สำคัญ คือส่วนใหญ่จะไม่ให้ของขวัญส่วนบุคคลต่อหน้าคนหมู่มาก ชาวบ้านอาจครหานินทาว่าติดสินบน จงแอบให้กันลับๆ ใต้โต๊ะเถิด (อันนี้ไม่ใช่ละ) มันเป็นการสร้างความรู้สึกเชิงลบแก่ผู้ที่ไม่ได้ ประมาณว่ามึงนี่ลำเอียงจังนะ แต่! ยกเว้นกรณีที่ของชิ้นนั้นมีความหมายระหว่างคนทั้งสองจริงๆ บุคคลอื่นในเหตุการณ์ก็จะพลันกลายเป็นสักขีพยานขึ้นมาทันที อันนี้ไม่น่าเกลียด

ชาวดัตช์ให้ของขวัญเป็นเรื่องปกติ

แม้ในวาระธรรมดาๆ เช่นถูกเจ้าบ้านชวนไปดินเนอร์ นัดเจอกันทั่วไป ก็ต้องมีของติดไม้ติดมือไปให้ อย่างน้อยก็ดอกไม้ซักช่อ

ดอกไม้เลขคู่กับคนรัสเซีย

ดอกไม้หาซื้อง่าย แต่ใช่จะให้กันง่ายตามไปด้วย คนรัสเซียซีเรียสเรื่องจำนวนดอกไม้ในช่อมาก ถ้ามาเป็นเลขคู่ เท่ากับแช่งให้กูตายไว ใครบ้าจี้ซื้อแบบนี้มา สมควรสะบั้นสัมพันธ์มันซะเดี๋ยวนี้ โทษฐานทำอะไรไม่ดูหน้าดูหลัง ชาติอื่นอาจแฝงนัยยะไว้กับเรื่องสี พันธุ์ หรือตระกูลของดอกไม้ แต่ในหมู่ชาวรัสเซีย นัยยะมันอยู่ที่จำนวนครับ ทางที่ดีควรให้จำนวนคี่จะมงคลกว่า

คนเวียดนามกับผ้าเช็ดหน้า

ค่อนข้างสวนทางกับผลสำรวจที่ว่าผ้าเช็ดหน้าเป็นหนึ่งในทำเนียบของขวัญยอดฮิตที่ผู้หญิงนิยมซื้อให้ผู้ชาย เพราะสำหรับคนเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นผ้าเช็ดหน้าแบรนด์เนมจากประเทศใด ปักชื่อปักลายสื่อความหมายแค่ไหนก็ไม่ปลื้มครับ มันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเศร้าโศก เปิดกล่องมาเจอผ้าเช็ดหน้าถึงกับเงิบ แอบเหวี่ยงทิ้งเสียดื้อๆ หมดกัน

ญี่ปุ่น กับวัฒนธรรมมอบของขวัญที่คิดถึงใจฝ่ายรับสุดๆ

ด้วยความที่มีธรรมเนียมการส่งของขวัญตอบแทนเพื่อแสดงการขอบคุณ กลับไปสู่ผู้ให้ ชาวญี่ปุ่นจึงค่อนข้างคำนึงถึงผู้รับมากพอสมควร เกิดเป็นมารยาทเกี่ยวกับช่วงเวลาส่ง รวมถึงมูลค่าสิ่งของที่ให้กันอีกด้วย
ในปีหนึ่งๆ คนญี่ปุ่นจะมีฤดูกาลมอบของขวัญแบ่งชัดเจน คือช่วงโอชูเก็น (ฤดูร้อน) กับโอเซโบะ (ฤดูหนาว) โอชูเก็นเริ่มส่งช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ส่วนโอเซโบะจะอยู่ราวๆ ต้นเดือนธันวาคม ส่งได้เรื่อยๆ ถึงประมาณวันที่ 15
ที่กำหนดเวลาไว้เป็นกิจจะลักษณะแบบนี้เพราะเมื่อได้รับของขวัญจากใครแล้ว ก็ต้องส่งของตอบแทนกลับไป ฉะนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการสร้างภาระแก่ผู้รับให้ต้องวุ่นวายเทียวส่งของแลกตลอดปี เลยบัญญัติฤดูกาลมอบของขวัญไว้ซะเลย
ในแง่ผู้รับเอง ช่วงเวลาที่จะส่งของตอบแทนก็ควรพิจารณาความเหมาะสมตามสิ่งที่ตนตั้งใจจะส่ง คือถ้าให้พวกการ์ด บัตรขอบคุณ อันนั้นเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี แต่ถ้าเป็นสิ่งของเหมือนกัน การส่งกลับไปทันทีจะถือว่าเสียมารยาท (ออกแนวแสดงปีติยินดีชนิดโจ่งแจ้งเกินเหตุ)
มูลค่าของขวัญที่มอบให้กันก็นับว่าละเอียดอ่อน ความเคยชินของเราคือ ถ้ารักมาก สนิทมาก สำคัญมาก ก็แพงมาก หากสะระตะแล้วข้ารวยอย่างน่าเกลียดและมีปัญญาก็จัดไป! นาฬิกาเรือนละแสน ปากกาชนิดในโลกนี้มีเพียงห้าด้ามหรืออะไรทำนองนั้น แต่สำหรับคนญี่ปุ่น ให้ของแพงระยับคือการก่อปัญหาแก่ผู้รับ เพราะตามธรรมเนียมแล้ว ของขวัญตอบแทนควรมีราคาประมาณ 1 ใน 3 ของสิ่งที่รับมา อย่าริไปทุ่มซื้อรองเท้าพิสดารคู่ละหลายหมื่นหวังให้เขาประทับใจ เพราะคนรับจะแอบสาปแช่งเอาได้ว่าเกือกของแกกำลังสร้างความลำบากใจขั้นมหันต์ให้ชั้นอยู่ รู้ตัวบ้างมั้ย!
นึกถึงของขวัญ นึกถึงเรา ร้านของขวัญ Send2Love บริการส่งของขวัญวันเกิด กล่องเซอร์ไพรส์ ส่งช่อดอกไม้ ช่อลูกโป่งวันเกิด ของขวัญให้แฟน ของขวัญวันครบรอบ ของขวัญวันวาเลนไทน์ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น